Breaking News

โมราต้าซัดเจ๊า

โมราต้าซัดเจ๊า แต่ว่าบอดโทษ อิตาลีแม่นเป้าเขี่ยสเปนเข้าชิงฯยูโรเป็นทีมแรก

โมราต้าซัดเจ๊า เฟเดอริโก้ เคียซ่า ยิงให้อัซซูร์รี่ขึ้นนำก่อน แต่ อัลบาโร่ โมราต้า ซัดให้ “กระทิงดุ” ไล่ตีเสมอ 1-1 ก่อนช่วงทดเวลา

โมราต้าซัดเจ๊า เฟเดอริโก้ เคียซ่า ยิงให้อัซซูร์รี่ขึ้นนำก่อน แต่ อัลบาโร่ โมราต้า ซัดให้ “กระทิงดุ” ไล่ตีเสมอ 1-1 ก่อนช่วงทดเวลาจะทำอะไรกันไม่ได้จะต้องดวลจุดโทษหาผู้ชนะ แต่ว่าเป็น โมราต้า ที่มาพลาดจุดลูกโทษเป็นคนในที่สุดให้สเปน

จำต้องเลิกทางยูโรส่ง อิตาลีที่ยิงได้แม่นกว่าเอาชนะ 4-2 ผ่านเข้าไปชิงแชมป์เป็นทีมแรก โดยคอยเจอผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ หรือเดนมาร์ก ในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม, ลอนดอน (อังกฤษ)

ศึกบอลยูโร 2020 รอบรองชนะเลิศ คู่แรก คืนวันอังคารที่ 6 เดือนกรกฎาคม 2564 ที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม กรุง ลอนดอน ประเทศ อังกฤษ เป็นการเจอกันระหว่าง อิตาลีทีมเต็งผลงานสุดรุนแรง ดวลสเปน ที่ฟอร์มไม่น้อยหน้าไม่มีพ่ายแพ้มา 5 เกมต่อเนื่องกัน

โรแบร์โต้ มันชินี่ ผู้ฝึกสอนทีมชาติอิตาลี พาทีมเข้ารอบตัดเชือก ด้วยการแทรกชนะเบลเยียม 2-1 ในรอบ 8 ทีมท้ายที่สุด เป็นการคว้าชัย 5 นัดหมายติด ทางด้าน หลุยส์ เอ็นริเก้ ผู้ฝึกสอนทีมชาติสเปน พาทีมเข้ารอบนี้

จากการดวลเป้าชนะสวิตเซอร์แลนด์ 3-1 ข้างหลัง 120 นาทีเท่ากัน 1-1 ทำให้ไม่แพ้มา 5 เกมแล้ว เริ่มครึ่งแรก 3นาที อิตาลีทักก่อนจากจังหวะด้านซ้ายของ เอแมร์ซอน ปัลมิเอรี่ พนันบอลขึ้นมาถึง นิโคโล่ บาเรลล่า หลุดลำพังสอดมาแตะต้องหลบ อูไน ซิโมน

แต่หาช่องปั่นด้วยขวาโค้งไปชนเสาไกลกระเด้งออกมาเสียดายมีธงล้ำหน้าจากผู้ช่วย ผู้ตัดสิน นาทีที่12 สเปนเสียโอกาสทองจากจังหวะทางด้านซ้าย เปดรี ดึงมาหน้ากรอบจุดโทษก่อนแทงช่องให้ มิเกล โอยาร์ซาบัล

หลุดกับล้ำหน้าแทบได้ดวลกับ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า แม้กระนั้นจับบอลแรกไม่ดีหลุดเท้าไปเข้าทาง เอแมร์ซอน ปัลมิเอรี่ ตามมาช่วยได้ทัน ถัดมานาทีที่ 14 “กระทิงดุ” เร่งเครื่องจากจังหวะตัดบอลกึ่งกลางสนาม เฟร์ราน ตอร์เรส ลากแหวกขึ้นมาดึงหลอก จอร์จินโญ่ ได้โอกาสอัดด้วยขวาเสียดายโดนไม่ดีหลุดเสาแรกออกไปอย่างน่าผิดหวัง

นาทีที่20 “อัซซูรี่” โต้กลับบ้าง เอแมร์ซอน ปัลมิเอรี่ ใช้ความเร็วหลุดขึ้นมาทางด้านซ้ายดึง อูไน ซิโมน ออกมาจากหน้าปากประตูก่อนตบเข้าในถึง ชิโร่ อิมโมบิเล่ เก็บบอลแปะต่อให้ นิโคโล่ บาเรลล่า เกือบจะได้ซัดแต่ว่าช้าโดน เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ดักสกัดไว้ได้ทัน

25 นาทีผ่าน สเปนหวุดหวิดได้ทางออกนำตอนนี้เป็น ดานี่ โอลโม่ สอดมาเก็บตกในกรอบจุดโทษได้ซัดไปติดบล็อค เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กระเด้งมาเข้าทางซ้ำอีกครั้งติดปลายมือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า พุ่งไปปัดทิ้งเกินจริง

ก่อนหมดครึ่งแรก 15นาที “กระทิงดุ” ทำเป็นดีมากยิ่งกว่าได้เสียวเพิ่มจากลูกยิงของ ดานี่ โอลโม่ และก็จังหวะปั่นด้วยซ้ายในจุดโทษของ มิเกล โอยาร์ซาบัล แม้กระนั้นมาตกม้าตายสำหรับในการจบสกอร์เหินผ่านคานออกไปไกล ผลบอลสด7m

นาทีที่45 ช่องทางยิงครั้งแรกของอิตาลี จากบอลยาว เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ทิ้งออกซ้ายให้ อเรนโซ่ อินซินเญ่ หลุดกับดักล้ำหน้าจี้เข้าจุดโทษก่อนตบแม้กระทั่ง เอแมร์ซอน ปัลมิเอรี่ อ้อมข้างหลังสอดมาซัดยัดเสาแรกเฉี่ยวคานหลุดออกข้างหลัง

โมราต้าซัดเจ๊า

หมดครึ่งเวลาแรก อิตาลี 0 สเปน 0

โมราต้าซัดเจ๊า นาทีที่49 อิตาลีออกหมัดก่อนจากบอลยาวของ จอร์จินโญ่ โยนขึ้นมาให้ ชิโร่ อิมโมบิเล่ ใช้ความแข็งแกร่งแทรกเอาชนะ อายเมริค ลาปอร์กต์ ทิ้งตัวซัดด้วยซ้ายเสียดายโดนไม่เต็มผ่านหน้าประตูหลุดออกข้างหลัง

นาทีต่อมา “กระทิงดุ” โต้กลับเฉียบพลัน ดานี่ โอลโม่ กระชากแหวกมาทางด้านขวาก่อนครอสเข้าจุดโทษบอลโค้งลึกมาเสาไกลเกือบจะถึง เฟร์ราน ตอร์เรส แต่ว่าไปติดบล็อค โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ ตามมาสกัดทิ้งน้อยมาก

นาทีที่52 จากจังหวะสวนกลับ มิเกล โอยาร์ซาบัล พาลากจี้เข้าจุดโทษดึงแนวรับ อิตาลีได้โอกาสทิ่มตั้งให้ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ สอดมาปั่นด้วยขวาหน้ากรอบ 18 หลาบอลผ่านมือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า เฉี่ยวคานออกไป

นาทีถัดมา “อัซซูรี่” ลุยคืนบ้าง อเรนโซ่ อินซินเญ่ เก็บบอลทางด้านซ้ายดึงจังหวะฝากเข้ากึ่งกลางให้ นิโคโล่ บาเรลล่า ป้ายออกขวาถึง เฟเดริโก้ เคียซ่า ขยับหาช่องยิงลอดขา จอร์ดี้ อัลบา แม้กระนั้นยังไม่ผ่านมือ อูไน ซิโมน ล้มตัวรับเอาไว้ได้

แต่ว่าแล้วนาทีที่ 60 อิตาลีทะยานออกนำ 1-0 จากจังหวะสวนกลับ ชิโร่ อิมโมบิเล่ ควบหลุดขึ้นมาโดน อายเมริค ลาปอร์กต์ ทิ้งตัวกวาดบอลมาเข้าทาง เฟเดริโก้ เคียซ่า ตามมาเก็บพาเข้าจุดโทษตัดเข้าในปั่นด้วขวาโค้งผ่านหน้า อูไน ซิโมน ซุกหน้าต่างเสาไกลงามหยด

4 นาทีถัดมา สเปนเสียโอกาสตีเสมอไม่น่าเชื่อ โกเก้ เก็บตกหน้าจุดโทษก่อนยกไปเสาไกลให้ มิเกล โอยาร์ซาบัล หลุดกับดักล้ำหน้าสอดมาหน้ากรอบ 6 หลาแม้กระนั้นโหม่งไม่โดนปล่อยบอลผ่านหน้าประตูหลุดออกไป

20 นาทีท้ายที่สุดเกมเปิดแลกเปลี่ยนกันสนุกสนาน สเปนได้ลุ้นจากจังหวะสอดมาซัดหน้าจุดโทษของ ดานี่ โอลโม่ จากนั้น อิตาลีสวนคืนบ้าง โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ หลุดเดี่ยวเข้าไปชารจ์ในกรอบ 6 หลาติดขา อูไน ซิโมน

ถัดมานาทีที่ 80 “กระทิงดุ” ตามตีเสมอเป็น 1-1 จนได้จากจังหวะประสานงานสุดสวย ดานี่ โอลโม่ แปะบอลเข้าจุดโทษให้ อัลบาโร่ โมราต้า หลุดผู้เดียวเข้าจุดโทษมุ่งหน้าเท้าหลอก จานลุยจิ ดอนนารุมม่า แปด้วยซ้ายแทรกเสาแรกไม่เหลือ

ขณะที่เหลือกตาลายเป็น สเปนได้ใจโหมบุกจะเอาประตูชัยแถมเกือบจะได้ลูกจุดลูกโทษตอนทดเจ็บในที่สุดไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม 90นาที อิตาลี1 สเปน1 จำเป็นต้องยืดเวลาพิเศษหาทีมชนะ

ช่วงต่อเวลา 30 นาทีเป็น “กระทิงดุ” ทำเป็นดียิ่งกว่าครอบครองบอลบุกเข้าใส่ได้โอกาสซัดบ่อยมากแต่ว่าไม่มั่นใจสำหรับในการจบสกอร์ ส่วนทางอิตาลี ตั้งรับรอสวนกลับ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ จ่ายบอลไปซุกก้นตาข่ายในนาทีที่ 110 แต่ว่าโชคร้ายถูกจับล้ำหน้า

โมราต้าซัดเจ๊า จบเกม 120นาที อิตาลี1 สเปน1 จำต้องดวลจุดโทษหาผู้ชนะ แล้วก็เป็นขุนพล “อัซซูรี่” แม่นกว่าแทรกเอาชนะ 4-2 ลอยลำผ่านเข้าชิงแชมป์สำเร็จ คู่ควรลุ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น